วิธีการติดตั้ง
ขั้นตอนการปูพื้นไม้ลามิเนต
1. การตรวจสอบสภาพความพร้อมของผิวพื้น โดย
- ให้ทำความสะอาดด้วยการใช้เครื่องดูดฝุ่น อย่าให้มีเม็ดหิน หรือวัสดุใดอยู่บนพื้น
- ถ้าเป็นพื้นผิวปูน ต้องมีลักษณะขัดเรียบ ระดับต่างกันไม่เกิน 5 มม. ถ้าระดับต่างกันมาให้แก้ไขโดยปรับระดับด้วยปูน, เจียร์หรือสกัดส่วนนูนออก, ใช้พื้นสำเร็จรูปจำพวกแผ่นไฟเบอร์ซีเมนต์
- พื้นผิวที่มีวัสดุเดิม เช่น หินขัด, หินอ่อน, กระเบื้องเซรามิค, กระเบื้องยาง, พื้นไม้ปาร์เก้ที่มีลักษณะราบเรียบไม่หลุดร่อน สามารถปูทับได้
- พื้นผิวที่มีวัสดุเดิม แต่มีการหลุดร่อน, ปลวกกิน หรือมีความชื้น ควรรื้อถอนและปรับพื้นผิวปูนก่อน
- ถ้าพื้นเดิมปูพรม ควรรื้อออก, ทำความสะอาดพื้น และตรวจสอบสภาพพื้นก่อนปู
2. การตรวจสอบความชื้นของพื้นที่ปู โดยพื้นห้องควรมีความชื้นไม่เกิน 8% โดยใช้เครื่องวัดความชื้นบริเวณพื้นหน้าที่ปู
- กรณีต้องการให้พื้นปูนแห้งเร็ว ควรใช้ Spot-light หรือใช้ปูนฉาบสำเร็จชนิดแห้งเร็ว
- กรณีเทปูนทรายปรับหน้าพื้นคอนกรีต ควรทิ้งช่วงเวลา 3-4 สัปดาห์
3. คำนวณพื้นที่ห้องเพื่อกำหนดการวางแนวในการปูพื้น โดยคำนวณให้เศษเหลือน้อยที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปจะกำหนดการปูเป็น 2 รูปแบบคือ
- การปูแบบต่อเนื่องหรือก่ออิฐ การปูลักษณะนี้จะต้องเผื่อไม้พื้นที่ต้องใช้ให้มากกว่าพื้นที่จริง ประมาณ 10%
- การปูแบบต่อเนื่อง การปูลักษณะนี้จะต้องเผื่อไม้พื้นที่ต้องใช้ให้มากกว่าพื้นที่จริงประมาณ 3-5%
- สำหรับการคำนวณพื้นที่ ที่ไม่ใช่รูปทรงสี่เหลี่ยมเช่นวงกลมหรือสามเหลี่ยม พื้นที่ลักษณะดังกล่าวจะใช้ ไม้พื้นมากกว่าพื้นที่จริงประมาณ 30-40%

4. ปูผิวชั้นแรกด้วย P.E โฟม โดยให้ด้านที่เป็นพลาสติกอยู่ด้านล่างสัมผัสพื้นและปิดรอยต่อด้วยเทปกาว ห้ามให้เกยกันเด็ดขาด
5. ตรวจสอบการเปิดปิดประตู เมื่อปูพื้นเสร็จแล้วประตูต้องห่างจากพื้นปูประมาณ 20 มม. (ต้องทำประตูให้เสร็จก่อนปูพื้นเสร็จ)
6. เริ่มต้นปูต้องเริ่มจากซ้ายไปขวา การประกอบแผ่นที่ 2 เข้ากับแผ่นแรก โดยเอียงประมาณ 45 องศา แล้วกดลงเพื่อให้ไม้เข้าล๊อค
7. การปูต้องต่อพื้น 2 แถวแรกให้เป็นเส้นตรง และแถวที่1และ แถวที่2 ต้องเหลื่อมกันอย่างน้อย 30 ซม.สลับกันไปโดยตลอด สำหรับบริเวณขอบผนังควรใช้ตัวกั้นที่มีความหนา 10-15 มม. กั้นระหว่างพื้นไม้กับผนัง เพื่อเว้นระยะให้ไม้ขยายตัว

8. การปูต้องต่อพื้น 2 แถวแรกให้เป็นเส้นตรง และแถวที่1และ แถวที่2 ต้องเหลื่อมกันอย่างน้อย 30 ซม.สลับกันไปโดยตลอด สำหรับบริเวณขอบผนังควรใช้ตัวกั้นที่มีความหนา 10-15 มม. กั้นระหว่างพื้นไม้กับผนัง เพื่อเว้นระยะให้ไม้ขยายตัว

9. กรณีผนังที่เอียงมาก ให้เว้นห่างจากผนังโดยจุดที่แคบที่สุดต้องมีระยะห่างจากผนัง 30 มม. และจุดที่กว้างสุดต้องไม่เกิน 18.5 มม.
10. การต่อไม้พื้น ให้ต่อชนชิดด้านหัวก่อน เมื่อต่อเสร็จทุกแถว ต้องใส่ตัวกั้นที่มีความหนา 10-15 มม. กั้นให้แน่นทุกแถวเพื่อกันการขยับตัวหนีและเว้นระยะให้ไม้พื้นขยาย ตัว

11. ปูพื้นต่อไปจนสุดห้อง แถวสุดท้ายให้วัดระยะห่างถึงผนัง มีระยะเท่าไรลบออก 10 มม. แล้วตัดขนาดใส่จนเต็มพื้นที่ พร้อมใส่ตัวกั้นให้ครบทุกจุด
12. การติดบัวผนัง ตัวจบ ธรณีประตู สามารถใช้ได้ทั้งแบบใช้อุปกรณ์ โดยใช้แม๊กซ์ยิงปูน หรือการใช้กาวยางสังเคราะห์อเนกประสงค์แรงยึดสูง
- ความยาวบัวผนังที่ใช้ ให้วัดทุกด้านของห้อง รวมทั้งขอบของเสา
- ตัวจบต่างระดับ,ตัวจบระดับเดียวกัน, ตัวจบธรณีประตู ให้วัดตามความยาวจริงของพื้นที่ที่ติดตั้ง

13. การใช้กาวยางสังเคราะห์อเนกประสงค์แรงยึดสูง สามารถยึดติดกับวัสดุต่างๆ เช่น คอนกรีต อลูมิเนียม กระจก หินอ่อน หรือวัสดุที่มีผิวเรียบมัน
- สามารถใช้กาวร้อนช่วยยึดให้บัวและผนังยึดติดกันเร็วขึ้น

14.ใช้ซิลิโคนชนิดใส ระขอบบัวด้านล่างกับพื้นให้ใช้เฉพาะตำแหน่งที่มีความห่างกันมากหรือบริเวณหน้าห้องน้ำ ห้ามยาซิลิโคนตลอดแนวเพื่อที่ด้านใต้ของพื้นสามารถมีการถ่ายเทอากาศได้

15. ใช้ซิลิโคนชนิดสีขาว ระหว่างขอบบัวด้านบนกับผนัง เฉพาะจุดที่มีความห่างเท่านั้น

16. ใช้ซิลิโคน(ชนิด Gap Filler) ผสมสีฝุ่นสำหรับอุดและโป๊วพื้น ธรณี หรือจุดที่มีความห่าง
